QR-Code dieser Seite

Language Change

เลขประจำตัวซอฟท์แวร์เฮาส์ ลำดับที่ ๐๕๓๙
Software House Registration No. 0539 (By Thai Revenue Department)

ERP ซอฟต์แวร์ขจัดปัญหาในองค์กรเพิ่มประสิทธิภาพให้ SMEs

บริษัท พิชญโซลูชั่น ได้รับเชิญจากรายการ SME Smart Service และ Smart SME TV โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ไทย มาแบ่งปันความรู้ให้กับ SME ในการนำระบบ ERP เข้ามาใช้ในองค์กร

ที่มา : SME Smart Service

รายจ่ายในการดำเนินกิจการ      

 

ปุจฉา เคยได้ยินแต่รายจ่ายต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร แต่ไม่เคยได้ยินหลักเกณฑ์เกี่ยวกับรายจ่ายในการดำเนินกิจการทั่วไปที่จะถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิทางภาษีอากรจึงขอให้ช่วยสรุปให้ด้วย

วิสัชนา ประเด็นรายจ่ายในการดำเนินงานนั้น โดยทั่วไปแม้ในประมวลรัษฎากรจะได้กำหนดแต่รายจ่ายต้องห้าม อย่างไรก็ตามหากพิจารณาโดยละเอียด ก็เป็นเหมือนกับเหรียญสองด้าน คือมีทั้งด้านบวก (Positive) และด้านลบ (Negative) และสามารถแบ่งหลักเกณฑ์เกี่ยวกับรายจ่ายออกได้เป็นสามประเด็นคือ

1. รายจ่ายต้องห้ามโดยแท้ (Proper Non Deductible Expenditure) หมายถึง รายจ่ายที่โดยปกติธรรมดาในทางธุรกิจก็ไม่ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ แต่เนื่องจากในทางภาษีอากรบัญญัติเป็นเชิงปฏิเสธ จึงต้องนำรายการรายจ่ายต้องห้ามโดยแท้มาบัญญัติห้ามมิให้ถือเป็นรายจ่าย 

2.รายจ่ายต้องห้ามโดยผลของกฎหมาย (Legal Non Deductible Expenditure) หมายถึง รายจ่ายที่โดยปกติในทางธุรกิจรับรู้เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ แต่ในทางภาษีอากรกำหนดห้ามมิให้นำมาถือเป็นรายจ่าย เพื่อความเป็นมาตรฐานในการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิทางภาษีอากร

3. รายจ่ายที่ยอมให้ถือเป็นรายจ่ายได้ (Deductible Expenditure) หมายถึง รายจ่ายที่กฎหมายยอมให้หักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิทางภาษีอากร ประกอบด้วย

     (1) รายจ่ายในการดำเนินกิจการโดยปกติทั่วไป ซึ่งยอมให้หักเป็นรายจ่ายได้ตามที่จ่ายจริง
     (2) รายจ่ายที่กฎหมายยอมให้หักเป็นรายจ่ายได้เพิ่มขื้น กว่าจำนวนที่จ่ายจริง

ปุจฉา มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับรายจ่ายในการดำเนินกิจการโดยปกติทั่วไป ซึ่งยอมให้หักเป็นรายจ่ายได้ตามที่จ่ายจริง

วิสัชนา ในทางธุรกิจมักคำนึงถึงรายจ่ายในการดำเนินงาน ในแง่ที่จะจำกัดจำนวนให้มีน้อยที่สุด เพื่อให้มีกำไรสุทธิสูงสุด แต่ในทางตรงกันข้ามในการเสียภาษีอากรผู้ประกอบกิจการกลับเปลี่ยนแนวความ คิดเป็นว่าต้องมีรายจ่ายให้มากขึ้น  เพื่อให้จำนวนกำไรสุทธิลดลง เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลน้อยที่สุด

     โดยทั่วไปมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาองค์ประกอบรายจ่ายในการดำเนินกิจการที่จะนำไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ โดยต้องครบองค์ประกอบทุกข้อดังนี้

     1. ต้องเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการประกอบกิจการ ซึ่งได้แก่ รายจ่ายที่เกิดขึ้นเป็นปกติธุระในการดำเนินกิจการทั่วไป  
     2. ต้องเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ และพิสูจน์ได้ว่า มีเหตุผลอันสมควรที่จะจ่ายรายการรายจ่ายนั้น
     3. ต้องเป็นรายจ่ายที่มีหลักฐานการจ่ายที่สามารถพิสูจน์ผู้รับได้ ได้แก่ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ใบสั่งของ ใบแจ้งหนี้ เป็นต้น สำหรับในบางกรณีที่ไม่มีการจ่ายเงิน หรือค่าตอบแทนอย่างอื่น แต่เกิดค่าใช้จ่ายขึ้น เช่น กรณีภัยพิบัติต่างๆ อุบัติเหตุ การฉ้อโกง การลักขโมย ฯลฯ กิจการต้องแสวงหาหลักฐานที่จะสนับสนุนรายการรายจ่ายดังกล่าว เช่น หลักฐานการแจ้งความลงบันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภาพถ่าย ข่าวสารหนังสือพิมพ์ เป็นต้น
     4. ต้องเป็นรายจ่ายสิ้นเปลืองหมดไปที่ไม่ก่อให้เกิดเป็นทรัพย์สินหรือสิทธิที่มีอายุการใช้งานเกินกว่าหนึ่งรอบระยะเวลาบัญชี มิฉะนั้น อาจถือเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน
     5. รายจ่ายในการดำเนินงานเกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีปีใด ให้ถือเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น เว้นแต่ในกรณีที่ไม่สามารถกำหนดจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีใด ก็ให้ถือเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีปีที่รายจ่ายนั้นกำหนดจำนวนที่แน่นอนได้
     6. ต้องไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายที่ต้องห้ามตามเงื่อนไขแห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา รายจ่ายที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการประกอบกิจการ และรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ มีลักษณะอย่างไร

วิสัชนา รายจ่ายที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการประกอบกิจการ และรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ ได้แก่ รายจ่ายที่เกิดขึ้นเป็นปกติธุระในการดำเนินกิจการทั่วไป ที่มีที่มาที่ไป หรือเหตุผลความจำเป็นที่ต้องจ่ายรายจ่ายรายการนั้น เช่น 
     ค่าใช้จ่ายในการนำพนักงานของบริษัท ไปทัศนาจรเป็นการพักผ่อนเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพและกำลังใจในการปฏิบัติงาน โดยจัดเป็นคณะมิใช่เจาะจงเป็นการเฉพาะราย ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการของบริษัทโดยตรง ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร

      การนำทรัพย์สินของบุคคลอื่นมาใช้ในกิจการของบริษัท โดยไม่ต้องเสียค่าเช่า แต่บริษัท  ต้องออกค่าซ่อมแซม ออกอะไหล่และส่วนประกอบ หรือออกค่าน้ำมันเชื้อเพลิงหรืออื่นๆ โดยมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น รายจ่ายดังกล่าว ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร

      รายจ่ายค่าเดินทางของกรรมการผู้จัดการกับพวก  กรณีไม่มีรายงานการประชุมที่อนุมัติให้เดินทาง และเมื่อเดินทางกลับมาก็ไม่มีรายละเอียดรายงานการเดินทางและไม่มีเอกสารอื่นใดเป็นหลักฐานว่าเดินทางไปในกิจการ ถือได้ว่าเป็นรายจ่ายในการเดินทางไปในเรื่องส่วนตัว และมิใช่เป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ ไม่มีสิทธินำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิตามมาตรา 65 ตรี (3)(13) แห่งประมวลรัษฎากร  (คำพิพากษาฎีกา ที่ 2951/2527)

 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ คอลัมภ์ไขปัญหาภาษี  วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2549

Share
1 - Pichaya Solution Logo 

© Copyright by Pichaya Solution Co., Ltd.
Tel. 02-286-7862, 092-269-4470 (Sale), 086-328-1081 (Support)
E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.