QR-Code dieser Seite

Language Change

เลขประจำตัวซอฟท์แวร์เฮาส์ ลำดับที่ ๐๕๓๙
Software House Registration No. 0539 (By Thai Revenue Department)

PEAR-ImportExport

ERP ซอฟต์แวร์ขจัดปัญหาในองค์กรเพิ่มประสิทธิภาพให้ SMEs

บริษัท พิชญโซลูชั่น ได้รับเชิญจากรายการ SME Smart Service และ Smart SME TV โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ไทย มาแบ่งปันความรู้ให้กับ SME ในการนำระบบ ERP เข้ามาใช้ในองค์กร

ที่มา : SME Smart Service

กรณีศึกษา การเตรียมความพร้อมของ SME ในการเข้าสู่ AEC

เมื่อบทความนี้เผยแพร่ออกมา เราคงเข้าสู่ AEC อย่างเป็นทางการไปแล้ว  อันที่จริง การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ AEC นั้น เป็นกระบวนการต่อเนื่องที่แต่ละประเทศ ได้มีการเตรียมความพร้อม มาหลายปีแล้ว ในส่วนของบริษัทขนาดใหญ่นั้น ส่วนใหญ่ได้เตรียมการมามากกว่า 5 ปี หลายบริษัทก็เป็น 10 ปี ในขณะที่ SME หลายแห่งก็ได้เตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ ทั้งในเชิงรุก และ ในเชิงตั้งรับ พอสมควร   หลายคนอาจคิดว่า เป็นแค่ SME จะไปทำอะไรได้ คงตั้งรับได้อย่างเดียว SME หลายแห่งอาจยังคุมเชิงดูๆ กันอยู่ว่า คลื่นของ AEC จะส่งผลกับธุรกิจของตัวเองอย่างไร

บทความนี้เป็น กรณีศึกษา ของ SME แห่งหนึ่ง ที่เตรียมความพร้อมเข้าสู่ AEC  ในฐานะผู้เขียนเป็นพยานของการเปลี่ยนแปลง จึงขออนุญาตสงวนนามของชื่อองค์กร และ บุคคลที่เกี่ยวข้อง  แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กรณีศึกษานี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับ SME อีกหลายแห่งที่กังวลว่า การเข้าเตรียมองค์กรเข้าสู่ AEC นั้น คงไกลเกินความสามารถของตัวเอง

SME ที่จะกล่าวถึงนี้ เป็น 1 ใน SME ที่อยู่ในวงการ Garment ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า วงการ Garment ในบ้านเรานั้น ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องมาหลายปี ตั้งแต่ การที่ สินค้าที่มีราคาถูกกว่า จากประเทศจีน เข้ามามีผลต่อตลาดการส่งออกของไทย  จนเมื่อไม่กี่ปี ทีผ่านมา ค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็ส่งกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย ที่ทำให้แม้แต่ยักษ์ใหญ่ ในวงการ Garment ของไทย มองประเทศเพื่อนบ้านใน AEC เป็นทางรอดของธุรกิจของตัวเอง

อันที่จริงการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านใน AEC เพื่อกระจายความเสี่ยง และ สร้างโอกาสใหม่ นั้นเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมาก บริษัทใหญ่ๆ ล้วนเห็นโอกาสเหล่านี้ มาตั้งแต่ 10 กว่าปีก่อน ที่ ASEAN มีพันธสัญญากันว่า วันหนึ่งจะรวมเป็นประชาคมเดียว ภายใต้ชื่อ AEC   แต่สำหรับ SME ซึ่งส่วนใหญ่ที่มีข้อจำกัดในเรื่อง เงินทุน อาจมองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก

ลองดูตัวอย่างกรณีศึกษานี้ ก่อนตัดสินว่า ง่ายหรือยาก

  • SME รายนี้ ประกอบธุรกิจด้าน Garment มาในประเทศไทยประมาณ 20 ปี มีทุนจดทะเบียน ไม่ถึง 30 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการผลิต เพื่อส่งออกทั้งในยุโรป และ สหรัฐอเมริกา
  • SME รายนี้ ลงทุนเปิดโรงงาน ในเวียดนาม 2 โรง เพื่อเป็นฐานการผลิต  ถ้าจะให้เปรียบเทียบ ก็เป็นเหมือนการ Outsource งานจากประเทศไทย ไปยังโรงงานในเวียดนาม 2 โรงงาน 
  • ในประเทศเวียดนาม มีข้อกำหนดคือ หากมีการนำวัตถุดิบจากประเทศใน AEC มาผลิต แล้วส่งออกทั้งหมด จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า และ ภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับวัตถุดิบเหล่านั้น ซึ่งมีข้อกำหนดคือ ภายใน 180 วัน ต้องส่งออกสินค้า ที่ถูกแปรรูปจากวัตถุดิบให้หมด  หากมีการเก็บ Stock วัตถุดิบ ที่นำเข้ามาและอยู่ภายในประเทศเกิน 180 วัน จะต้องเสียภาษี
  • ในการส่งออกสินค้า แต่ละ Lot จำเป็นจะต้อง Declare ให้ทางการเวียดนามรู้ว่า สินค้าที่ส่งออก มาจากวัตถุดิบใด เป็นสัดส่วนเท่าไร ซึ่งหากตอบไม่ได้ จะส่งผลต่อ การถูกเรียกภาษี
  • Order สินค้าทั้งหมดที่ลูกค้าสั่ง มาจากโรงงานแม่ที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งแต่เดิม โรงงานในประเทศไทย ผลิตเป็นหลัก แต่ต้องมีการเปลี่ยนคำสั่งต่างๆ ประจำวัน ให้เกิดการสั่งการ จัดซื้อ, ผลิต, สต็อก, ฯลฯ ในโรงงานที่เวียดนาม และจะต้อง ให้โรงงานที่เวียดนาม Declare เอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อการส่งออก และผลประโยชน์ด้านภาษี โดยศูนย์กลางการบริหารยังอยู่ในประเทศไทย

 หัวใจของเรื่องนี้ นอกจากที่โรงงานที่เวียดนามต้องมี เครื่องมือในการผลิต , แรงงานที่ได้รับการฝึกฝน จากประเทศไทย แล้ว สิ่งที่ทำให้การบริหารยังทำได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน คือ ระบบ Information Technology หรือที่มีอีกชื่อว่า Digital Economy  ซึ่งบริษัทนี้ เลือกใช้ระบบ PEAR ERP จาก พิชญโซลูชั่น
ลองคิดตามว่า หาก SME ไม่มีระบบ IT ที่เหมาะสมเป็นหลังบ้าน จะตอบเรื่องเหล่านี้ได้หรือไม่

  • วัตถุดิบที่นำเข้ามาทุกชิ้น ปัจจุบันอยู่ใน Stock นานแค่ไหนแล้ว อยู่เกิน 180 วันหรือไม่
  • สินค้าที่ผลิตออกไปทุกชิ้น มาจากวัตถุดิบที่นำเข้ามา Lot ไหน และเมื่อวัตถุดิบแต่ละ Lot ถูกผลิตออกไปแล้ว วัตถุดิบแต่ละ Lot คงเหลือใน Stock อยู่เท่าไร อยู่เกิน 180 วันแล้วหรือยัง
  • สินค้าที่ถูกผลิตออกมา จำเป็นจะต้องรีบส่งออกให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งบอกได้ชัดเจนว่า ประกอบด้้วยวัตถุดิบอะไรบ้าง
  • การสั่งซื้อวัตถุดิบ ต่างๆ ต้องมีแผน มีประมาณการ เพื่อให้มี Stock คงค้าง น้อยที่สุด และ หากมีเหลือ ต้องตอบได้ว่า เหลืออะไรบ้าง เป็นจำนวนเท่าไร ที่ใกล้ถึง 180 วันแล้ว จะได้ มีแผนรองรับ กับวัตถุดิบดังกล่าว
  • การบริหารสั่งการจากแผนกบริหารจากในประเทศไทย ไปยังฝ่ายผลิต ทั้ง 2 โรงงานย่อย ต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด จะต้องมีการรายงานผลการผลิตแต่ละวันให้บริษัทแม่ในประเทศไทย รับทราบและประเมินแผนการส่งออกไปที่ลูกค้าอย่างเหมาะสม
  • ผู้บริหารในประเทศไทย รับทราบความเป็นไปที่เกิดขึ้นแต่ละส่วนงาน ทั้งในประเทศไทย และ โรงงานอีก 2 โรงงานในเวียดนาม ในแต่ละวันทั้งในแบบสรุป และ แบบรายละเอียด หากมีวิกฤตเกิดขึ้นสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที
  • ฯลฯ

ในอดีตระบบลักษณะนี้ หากจะเป็นเจ้าของได้ ต้องมีเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทต่อ 1 โรงงาน ซึ่ง บริษัทขนาดใหญ่ ลงทุนเรื่องแบบนี้มาเป็น 10 ปีแล้ว แต่สำหรับ SME หลายรายคิดหนักหากต้องลงทุนในระดับนี้  แต่ SME รายนี้ ลงทุนในด้าน IT โดยลงทุนไม่ถึง 3 ล้านบาท ก็ใช้งานเชื่อมโยงงานทั้งหมดจาก 3 แห่งได้

วันนี้ ประชาคมอาเซียน AEC เริ่มต้นแล้ว เป็นโอกาส สำหรับผู้เตรียมพร้อม และอาจจะเป็นวิกฤต สำหรับผู้ที่ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย  ตัวอย่างนี้เป็นเพียง กรณีศึกษาหนึ่ง ของ SME ที่มีทุนจดทะเบียน ไม่ได้มากมายนัก แต่สามารถรับมือ และฉกฉวยโอกาส จาก AEC ให้เกิดประโยชน์แก่ธุรกิจ ได้อย่างเหมาะสม และสามารถทำในแบบเดียวกับที่บริษัทยักษ์ใหญ่สามารถทำได้

Share
1 - Pichaya Solution Logo 

© Copyright by Pichaya Solution Co., Ltd.
Tel. 02-286-7862, 092-269-4470 (Sale), 086-328-1081 (Support)
E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.