QR-Code dieser Seite

Language Change

เลขประจำตัวซอฟท์แวร์เฮาส์ ลำดับที่ ๐๕๓๙
Software House Registration No. 0539 (By Thai Revenue Department)

ERP ซอฟต์แวร์ขจัดปัญหาในองค์กรเพิ่มประสิทธิภาพให้ SMEs

บริษัท พิชญโซลูชั่น ได้รับเชิญจากรายการ SME Smart Service และ Smart SME TV โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ไทย มาแบ่งปันความรู้ให้กับ SME ในการนำระบบ ERP เข้ามาใช้ในองค์กร

ที่มา : SME Smart Service

ERP กับ การคำนวณต้นทุนการผลิต

การคำนวณต้นทุนการผลิตนั้น เป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อนพอสมควร แม้หลักการพื้นฐานจะมาจากสมการที่ง่ายๆ คือสมการ

ต้นทุนการผลิต = วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต + ค่าแรงทางตรง + ค่าใช้จ่ายในการผลิต  

ซึ่ง ตัวแปรทั้ง 3 ตัวดูแล้วน่าจะคำนวณได้ไม่ยากนัก อาจนำค่าเฉลี่ย มาใช้ได้ เช่น วัตถุดิบ อาจจะใช้ ต้นทุนมาตรฐาน  หรือ ต้นทุนเฉลี่ย มาใช้ในการคำนวณ ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้ได้ดีในอดีต และปัจจุบัน ก็ยังคงใช้วิธีการนี้ในหลายโรงงาน

แนวคิดข้างต้น สามารถนำมาใช้ได้ค่อนข้างแม่นยำ ถ้าหากว่า ต้นทุนวัตถุดิบไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างช้าๆ คาดการณ์ได้ รวมถึง ค่าใช้จ่ายต่างๆ ต่อ 1 หน่วยการผลิต ค่อนข้างคงที่  อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้ว ในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลง ต้นทุนของวัตถุดิบต่างๆ ก็ดี  มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย รวมถึง ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่างๆ ก็ดี  เช่นค่าพลังงาน มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างบ่อย การนำต้นทุนมาตรฐาน ที่เกิดจากการเฉลี่ยเมื่อหลายเดือนก่อน มาใช้ เป็นจุดอ้างอิงในการคำนวณต้นทุนในปัจจุบัน อาจเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผลอีกแล้ว เพราะ ต้นทุนการผลิต เป็นตัวแปรสำคัญหนึ่งในการกำหนดราคาขาย รวมถึง ทิศทางในการจะสนับสนุนให้มีการขยาย หรือ ลดการผลิตในสินค้าที่ผลิตแต่ละตัว ซึ่ง จำเป็นจะต้องได้ข้อมูลที่มีความแม่นยำ ทันสมัยมาใช้ประกอบการตัดสินใจ

นอกจากนี้ ในยุคที่ โรงงานแต่ละโรง ต้องมีการปรับตัวเองเพื่อการแข่งขันอย่างมาก มีการวิจัย เพื่อผลิตสินค้าใหม่ๆ ที่มีกระบวนการผลิต/แปรรูป ที่อาจจะแตกต่างไปจากเดิม รวมถึง อาจได้รับงานจ้างผลิต ที่มีรูปแบบการผลิตแตกต่างกันในแต่ละสินค้ามากขึ้นเรื่อยๆ  สูตรการคิดต้นทุนการผลิต โดยอิงจากต้นทุนมาตรฐานดูเป็นเรื่องที่จะไม่ทันการณ์อีกต่อไป  รวมถึง กระบวนการผลิต บ่อยครั้งเอง อยู่ในรูปแบบของ หลายกระบวนการ มีการส่งงานระหว่างกระบวนการเป็นช่วงๆ  ในหลายๆ กระบวนการมีการผลิตชิ้นส่วน รอไว้ก่อน เพื่อนำไปกระจายใช้ในหลายผลิตภัณฑ์   การนำแนวความคิดแบบ “ต้นทุนช่วง” มาใช้ในการคำนวณต้นทุน  กลายเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ

ระบบ ERP ที่สามารถคำนวณ “ต้นทุนช่วง” นั้น ควรจะมีความสามารถดังนี้

  • กำหนดให้สามารถมองกระบวนการผลิตแต่ละกระบวนการแยกเป็นส่วนๆ มีการกำหนด วัตถุดิบที่ใช้ในแต่ละส่วน รวมถึง สิ่งที่จะผลิตได้จากกระบวนการแต่ละส่วน อย่างเป็นระบบ
  • แต่ละกระบวนการมีการรองรับให้สามารถบันทึก ค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ค่าแรงทางตรง , ค่าใช้จ่ายในการผลิต , ฯลฯ อย่างเป็นระบบ มีตัวช่วยให้คำนวณ ค่าใช้จ่าย ต่างๆ สอดคล้องกับเงื่อนไขการผลิตที่เปลี่ยนไปในการผลิตแต่ละรอบได้เป็นอย่างดี ลดขั้นตอนของการทำงานฝ่ายบัญชีต้นทุนในการจำแนกต้นทุน
  • มีการสะสมต้นทุนของ สิ่งที่ผลิตได้จากแต่ละกระบวนการอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งต่อต้นทุนของรายการที่ได้จากการผลิต ไปสู่กระบวนการต่อๆไป
  • ต้นทุนของวัตถุดิบ ก็ดี งานระหว่างทำที่เกิดจากกระบวนการผลิตก็ดี  ต้องสะท้อนมาจาก “ต้นทุนจริง” (Actual Cost) ซึ่งหากรองรับการใช้ ต้นทุนจริงตามล็อตได้ จะยิ่งทำให้ต้นทุนการผลิตที่คำนวณได้ มีความแม่นยำขึ้น สะท้อนหลักที่มาที่ไปของต้นทุนได้อย่างไม่มีข้อสงสัย

ดังนั้น การเลือก ERP เพื่อมาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีกระบวนการผลิต นั้น จะมีความแตกต่างกับ การเลือก ERP ที่มาใช้กับธุรกิจอื่นๆ  เช่น ERP สำหรับ ภาคบริการ, ERP สำหรับ ค้าปลีก/ค้าส่ง  โดยเฉพาะในยุคที่มีการแข่งขันสูง แต่ละโรงงานสามารถผลิตสินค้าที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมากขึ้น  การสะท้อนต้นทุนที่แม่นยำชัดเจน จะเป็นปัจจัยสำคัญให้  “รู้เรา” ในหลักการของซุนวู ที่กล่าวว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครา”  เป็นไปตามความจริงชัดขึ้น ให้ผู้บริหารมีทิศทางในการปรับกลยุทธองค์กรที่ถูกต้องต่อไป

Share
1 - Pichaya Solution Logo 

© Copyright by Pichaya Solution Co., Ltd.
Tel. 02-286-7862, 092-269-4470 (Sale), 086-328-1081 (Support)
E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.